
เมื่อไหร่ประเทศไทย จะพร้อมสำหรับการมีรถEV?

CK อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังของไทย ให้ความเห็นที่น่าสนใจมากว่า ถ้าครบเงื่อนไขเหล่านี้ ถือว่าประเทศไทยพร้อมสำหรับรถ EV แล้ว
1.ความมั่นคงของตลาดรถมือสอง
หัวใจสำคัญของการที่คนจะกล้าเปลี่ยนมาใช้รถ EV อย่างเต็มตัว ไม่ใช่แค่เรื่องของคุณภาพรถใหม่ แต่คือ "ราคาขายต่อ" (Resale Value) เพราะโดยธรรมชาติของคนซื้อรถ มักจะมองหาความมั่นใจว่าหากใช้งานไป 3-5 ปีแล้วต้องการขายต่อ รถคันนั้นต้องยังมีมูลค่าที่เหมาะสมและมีตลาดรองรับที่ชัดเจน
2.สัญญาณจากธุรกิจรถเช่ารายใหญ่
จุดสังเกตที่ง่ายที่สุดว่าตลาด EV พร้อมหรือยัง คือการดูความเคลื่อนไหวของบริษัทรถเช่าชั้นนำอย่าง Hertz, Avis หรือ Budget หากบริษัทเหล่านี้เริ่มตัดสินใจซื้อรถ EV เข้าพอร์ตในจำนวนมาก นั่นคือสัญญาณยืนยันว่าตลาดมือสองเริ่มนิ่งแล้ว เพราะธุรกิจรถเช่าจะเลือกรถที่มั่นใจว่าเมื่อครบสัญญาเช่า 4 ปี จะสามารถขายออกได้โดยไม่ขาดทุนจนเกินไป
3.ความนิ่งของนวัตกรรม (Innovation Curve)
ในปัจจุบัน เทคโนโลยีของรถ EV พัฒนาเร็วมากจนเกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างรุ่นเก่าและรุ่นใหม่สูง ตัวอย่างเช่น รถที่ซื้อวันนี้อาจต้องชาร์จนาน 3 ชั่วโมง แต่อีกเพียง 2 ปีข้างหน้า รุ่นใหม่อาจชาร์จเสร็จใน 15 นาที ความชันของเทคโนโลยีนี้เองที่ทำให้คนกังวลว่ารถที่ซื้อวันนี้จะล้าสมัยเร็วเกินไปและขายต่อไม่ได้
4เมื่อนวัตกรรมเริ่ม "ราบเรียบ" ลง
ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจะเข้าสู่ยุคที่ทุกคนยอมรับ (Mass Adoption) ก็ต่อเมื่อความเร็วในการพัฒนานวัตกรรมเริ่มคงที่มากขึ้น คล้ายกับรถยนต์สันดาปที่เทคโนโลยีค่อนข้างนิ่ง ทำให้รถรุ่นปี 2026 กับปี 2030 ไม่ได้มีความต่างกันจนน่าตกใจ เมื่อถึงจุดนั้น ตลาดรถมือสองจะเกิดความมั่นใจ และคนไทยก็จะหันมาใช้รถ EV กันอย่างเต็มที่
โดยสรุปแล้ว ความพร้อมของประเทศไทยไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนสถานีชาร์จเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความเสถียรของมูลค่ารถในระยะยาวนั่นเอง

ซีเค เจิง (CK Cheong)อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง



กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
























กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้















































