
หุ้นร่วงทันตา! Tesla งานเข้า Cybercab เจอด่านหิน

Tesla Cybercab เจอด่านจริงด่านแรก และเป็นระดับรัฐบาลสหรัฐฯ ซะด้วย
รถยนต์ทุกคันในอเมริกาตลอด 60 ปีที่ผ่านมา มีจุดเริ่มต้นบนถนนเหมือนกันหมด คือบริษัทผู้ผลิตจะกรอกแบบฟอร์มยืนยันว่าทำตามกฎระเบียบเป๊ะๆ นี่ไม่ใช่ช่องโหว่ แต่มันคือระบบที่รัฐบาลออกมาตรฐานความปลอดภัย ให้ค่ายรถรับรองตัวเอง แล้วค่อยส่งคนมาสุ่มตรวจทีหลัง
ระบบนี้ใช้ได้มาตลอดเพราะทุกคนสร้างสิ่งเดียวกัน นั่นคือกล่องเหล็กที่มีคนนั่งคุม มีกระจกมองหลัง มีแป้นเบรก มีพวงมาลัย แต่ Tesla พึ่งเอา Cybercab ออกวิ่งบนถนนจริงในออสติน รัฐเท็กซัส โดยไม่มีของพวกนี้เลยสักอย่าง แถมยังกรอกแบบฟอร์มส่งไปเหมือนเดิม
รัฐบาลเปิดอ่านแบบฟอร์มแล้วเกิดคำถามทันที ทางสำนักงานความปลอดภัยทางกราฟิกและการจราจรบนทางหลวงแห่งชาติ (NHTSA) เลยสั่งเปิดการตรวจสอบ Cybercab ราว 1,000 คัน ในวันที่ 4 กันยายน เพียงวันเดียวหลังจากมีคนยอมจ่ายเงินขึ้นไปนั่งบนรถสองที่นั่งที่ไม่มีพวงมาลัย
ทำไมรถไม่มีพวงมาลัยถึงกลายเป็นปัญหาการรับรอง?มาตรฐานความปลอดภัยเดิมถูกเขียนขึ้นโดยคนที่นึกภาพ Cybercab ไม่ออก กฎหลายข้ออ้างอิงว่าต้องมีมนุษย์นั่งอยู่ตรงนั้น เช่น ต้องมีจุดติดตั้งปุ่มควบคุมด้วยมือ กระจกมองหลัง หรือระบบเบรกกับพวงมาลัยที่รองรับการสั่งการจากคน รถที่ไม่มีเบาะคนขับไม่ได้ทำผิดกฎพวกนี้ แต่เรียกว่าอยู่นอกเหนือจากกฎที่มีเลยมากกว่า
ผู้ผลิตจะมีทางเลือกสองทาง ทางแรกคือยอมใส่อุปกรณ์พวกนั้นเข้ามา ทางที่สองคือยื่นขอข้อยกเว้นชั่วคราวตามกฎหมาย ซึ่งค่ายรถใช้ช่องทางนี้มาหลายสิบปี แต่ Tesla ไม่เลือกสักทาง และสรุปเอาเองว่ากฎพวกนี้ไม่ใช้กับรถที่ไม่ได้ออกแบบมาให้คนขับ แล้วเซ็นรับรองว่ารถตัวเองผ่านเกณฑ์เรียบร้อย
เรื่องนี้ไม่ใช่การสอบตกจากการชน แต่คือการวัดดวงทางกฎหมาย ทาง NHTSA เลยเข้ามากระทุ้งถาม Tesla ตรงๆ ว่าเอาอะไรมาคิดว่ากฎหมายพวกนี้ไม่เกี่ยวกับการใช้งาน
ตัวเลข 2,500 คัน เบื้องหลังกลยุทธ์ทั้งหมด
การขอข้อยกเว้นตามกฎหมายดั้งเดิมมีโควตาส่งออกวิ่งได้ไม่เกิน 2,500 คันต่อปี ซึ่งพอสำหรับ fleet ทดลอง แต่น้อยเกินไปสำหรับบริษัทที่ตั้งเป้าทำเครือข่าย Robotaxi ระดับประเทศ
พอมีคนไปถามวิศวกรใหญ่ของ Tesla ใน X ว่าติดโควตานี้ไหม คำตอบคือ "ไม่" สั้นๆ คำเดียว เพราะ Tesla ไม่ได้ข้ามขั้นตอนขอข้อยกเว้นเพราะข้อเท็จจริงทางกฎหมายอย่างเดียว แต่ข้ามเพราะติดโควตาตัวเลขที่รับไม่ได้นั่นเอง
ลองดูช่องว่างของตัวเลขในตอนนี้:
-รถ Cybercab ที่โดนตรวจสอบมีประมาณ 1,000 คัน
-รถที่จดทะเบียนวิ่งจริงช่วงเปิดตัวมีราวๆ 45 คัน
-เพดานขอข้อยกเว้นกฎหมายเดิมอยู่ที่ 2,500 คันต่อปี
-ร่างกฎหมายใหม่ที่กำลังดันกันอยู่จะเพิ่มเพดานเป็น 90,000 คัน
ถ้า Tesla รอดจากการเซ็นรับรองตัวเอง ก็จะขยายกำลังผลิตได้เต็มที่แบบไม่ต้องสนเพดาน แต่ถ้าไม่รอด ก็ต้องกลับไปต่อคิวเหมือนคนอื่น และการทำ Robotaxi ในเชิงพาณิชย์คงต้องหยุดชะงัก
กรณีศึกษาจาก Zoox กับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น
ค่ายที่เคยเล่นมุขนี้มาก่อนคือ Zoox ของ Amazon ที่เคยเซ็นรับรองตัวเองในปี 2022 แต่สุดท้ายไปไม่รอด โดนตรวจสอบจนต้องถอนคำรับรอง ก่อนจะยอมไปยื่นขอข้อยกเว้นตามระบบและเพิ่งได้รับอนุมัติเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งใช้เวลาลากยาวถึง 4 ปี แถมยังติดเพดานจำนวนรถอยู่ดี
ทางด้านหุ้น Tesla ร่วงลงไปราว 6% มาอยู่ที่ประมาณ 12,392 บาท (354.08 ดอลลาร์) หลังข่าวตรวจสอบออกมา Cybercab คงไม่หายไปจากถนนในเร็วๆ นี้ แต่ความเร็วในการขยายตัวนี่แหละคือสิ่งที่น่าจับตาที่สุด
เทคโนโลยีไร้พวงมาลัยแบบ Cybercab ถือเป็นก้าวสำคัญของ Robotaxi ทั่วโลก ซึ่งหากโครงสร้างกฎหมายของสหรัฐฯ ผ่านและใช้งานได้จริง จะกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่ส่งผลต่อการเขียนกฎหมายยานยนต์ไร้คนขับในประเทศไทยเช่นกัน เพราะปัจจุบันกฎหมายจราจรทางบกของไทยยังอิงตามผู้ขับขี่ที่เป็นมนุษย์ 100% หากไทยต้องการรองรับเทคโนโลยีนี้ในอนาคต การแก้ปัญหาเชิงกฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัยจากฝั่งอเมริกานี่แหละ จะถูกนำมาใช้เป็นต้นแบบในการปรับใช้บนท้องถนนไทย



กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
























กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้















































