
ใช้ความเร็วเท่าไร ประหยัดน้ำมันที่สุด ?

มีสมาชิกสอบถามมาว่า ถ้าไม่คำนึงถึงเรื่องถูกจับ หรือถูกปรับแล้ว และเน้นเรื่องความประหยัดเชื้อเพลิงเป็นหลักแล้ว ควรเลือกใช้ความเร็วอย่างไร
ในที่นี้ขอเอ่ยถึงเฉพาะรถที่ใช้เครื่องยนต์นะ ส่วนรถไฟฟ้า ควรรอให้แพร่หลายกว่านี้ก่อน 64.2 ความเร็วที่ใช้ในการเดินทาง คือ ความเร็วคงที่ในเกียร์สูงสุด หรือเกียร์สุดท้ายของรถ ถ้าใช้เกียร์อัตโนมัติก็ในเกียร์จังหวะสุดท้าย และถ้ามีระบบลอคอัพ (LOCK- UP) คลัทช์ ซึ่งต่อตรงโดยไม่ผ่านทอร์คคอนเวอร์เตอร์ ก็ต้องไปให้ถึงความเร็วที่ระบบนี้ทำงานเรียบร้อยก่อน โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 60-70 กม./ชม. รถเกียร์อัตโนมัติหลายรุ่นด้วยกัน โดยเฉพาะรถญี่ปุ่น เกียร์จังหวะที่ 4 จะเป็นระบบลอคอัพในตัวเลย ถ้าเข้าก็แปลว่า "ต่อตรง" ทันที ระบบแบบนี้จะมีปุ่มปลดเกียร์สุดท้ายให้ผู้ขับเลือก
โดยมีคำว่า OVERDRIVE OFF กำกับไว้ กดเมื่อใดระบบควบคุมจะเลือกเกียร์จังหวะสูงสุดแค่รองสุดท้ายเท่านั้น ใช้ตอนที่ต้องเร่งแซงบ่อยๆ เพราะอัตราทดเกียร์สุดท้ายต่ำมาก เนื่องจากเน้นประหยัดเชื้อเพลิง และระบบควบคุมก็ไม่ละเอียดถูกใจเรา พอที่จะเปลี่ยนไปเกียร์ต่ำถัดไป แม้จะเหยียบคันเร่งค่อนข้างลึกแล้ว กดปุ่มนี้แล้วมันจะเปลี่ยนเกียร์ทันทีครับ พอแซงพ้นแล้วค่อยปลดกลับตามเดิม 64.4 กลับมาที่รถเกียร์ธรรมดา เพื่อให้เข้าใจเรื่องความเร็วประหยัดน้ำมันที่สุดได้ง่ายกว่า
โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 50-60 กม./ชม. ตั้งแต่ความเร็วประมาณ 40 กม./ชม. ขึ้นไป กำลังของเครื่องยนต์ส่วนใหญ่ จะใช้ไปกับการดันตัวรถให้แหวก และไล่อากาศหน้ารถ นอกเหนือไปจากส่วนที่ใช้ไปกับแรงเสียดทานในการกลิ้งของล้อ และแรงเสียดทานของระบบขับเคลื่อน ถ้าอยากเข้าใจว่าทำไมส่วนที่ใช้สู้กับแรงต้านอากาศมันถึงมากมายนัก ลองเปิดกระจกตอนรถแล่นด้วยความเร็วแค่ 100 กม./ชม. แล้วยื่นฝ่ามือออกไปขวางดูก็ได้ครับ แรงต้านนี้จะเพิ่มขึ้นในอัตรายกกำลัง 2 ของค่าความเร็ว เช่น แรงต้านอากาศที่ความเร็ว 160 กม./ชม. จะมีค่า 4 เท่า ของที่ความเร็ว 80 กม./ชม. นี่คือสาเหตุที่ผู้ใช้รถส่วนใหญ่ ไม่เข้าใจว่าทำไมยิ่งขับเร็วยิ่งกินน้ำมันมากขึ้น เมื่อเทียบกับระยะทางที่ได้ ทั้งๆ ที่ใช้เวลาขับน้อยลง สมมติว่าแรงต้านอากาศมันเพิ่มตามสัดส่วนของความเร็ว เช่น เพิ่มความเร็วเป็น 2 เท่า แรงต้านอากาศก็เพิ่มเป็น 2 เท่า (ของจริง 4 เท่า) เราคงไม่ต้องมาเรียกร้องให้ขับช้าเพื่อประหยัดน้ำมันกันอยู่ในขณะนี้ ยกเว้นว่าจะเป็นเรื่องของความปลอดภัย (ซึ่งก็มีเรื่องของยกกำลัง 2 มาเกี่ยวข้องด้วยเหมือนกัน)

ถ้าเป็นอย่างนั้น ทำไมความเร็วที่ประหยัดเชื้อเพลิงที่สุด จึงไม่อยู่ที่ค่าต่ำมากกว่านี้ เช่น 30 หรือ 40 กม./ชม. ? สาเหตุอยู่ที่เครื่องยนต์ 2 ประการด้วยกันครับ เพราะที่ความเร็วระดับนี้ ในเกียร์สุดท้าย เช่น เกียร์ 5 เครื่องยนต์จะหมุนช้าเกินไป ให้แรงบิดน้อย จนมีอาการสะดุด หรือกระตุก แล้วถ้าใช้เกียร์ 4 ล่ะ ? ก็ทำได้ครับ แต่จำนวนรอบที่เพลาของเครื่องยนต์หมุนต่อระยะทางที่รถเคลื่อนที่ ก็จะเพิ่มขึ้นด้วย จึงต้องใช้เชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น แม้จะลดแรงต้านอากาศลงได้บ้าง ก็ยังไม่คุ้ม สู้เกียร์ 5 (หรือเกียร์สุดท้ายที่มี) ไม่ได้ เป็นโชคดีครับ เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น ก็อาจมีนักขับประหยัด ขับกันแค่ประมาณ 30-40 กม./ชม. บนทางด่วน ทางแสนแพงของเราก็จะยิ่งหมดความคุ้มค่าไปอีก สรุปแล้วต้องเกียร์สูงสุด ซึ่งหลายๆ รุ่นก็ยังขับที่ความเร็วแถวๆ 40 กม./ชม. ได้ แต่ที่ไม่ประหยัดที่สุด
เพราะเทคนิคเครื่องยนต์ครับ จังหวะเปิด/ปิดลิ้น หรือวาล์ว ทั้งไอดี และไอเสียถูกเลือกมาให้เครื่องยนต์ทำงานได้ดีที่ความเร็ว (ของเครื่องยนต์) ปานกลาง และสูง ถ้าหมุนช้า ประสิทธิภาพของมันจะลดลง นั่นคือใช้เชื้อเพลิงมากเมื่อเทียบกับกำลังที่มันให้ 64.3 ด้วยเหตุผลนี้มาผสานกับแรงต้านอากาศที่เพิ่มตามความเร็ว ทำให้รถส่วนใหญ่ มีความเร็วในเกียร์สูงสุด และใช้เชื้อเพลิงน้อยที่สุด อยู่ที่ประมาณ 50-60 กม./ชม. โดยรถเครื่องใหญ่ หรือกำลังสูง จะมีค่านี้ "เคลื่อน" ไปทางด้านบนเล็กน้อย เพราะอัตราทดรวม (ของเกียร์สุดท้าย และเฟืองท้าย) ต่ำกว่า แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไรครับ ก็ยังคงอยู่แถวๆ ประมาณ 60 กม./ชม. เท่านั้น แล้วถ้าเน้นการประหยัดเชื้อเพลิง เราควรขับที่ความเร็วที่ว่านี้ หรือไม่ ? ตอบว่าใช่ก็ได้ ตอบว่าไม่จำเป็น ก็ถูกอีกเหมือนกัน ถ้าเรามีกราฟความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงระหว่าง 60-80 กม./ชม. ต่างกันไม่มาก ผิด กับค่าระหว่าง 120-140 กม./ชม. คำตอบสำหรับภาคปฏิบัติก็คือ ถ้าเวลาที่ใช้เดินทางไม่มีความหมาย เช่น ว่างงานอยู่ หรือเป็นวันหยุด แล้วต้องการประหยัดจริงๆ ก็ 55-60 กม./ชม.
นี่แหละแต่ถ้าเน้นเวลาที่ใช้เดินทางอยู่บ้าง แล้วยังอยากประหยัด ก็ประมาณ 80 กม./ชม. ครับ เปลืองเชื้อเพลิงขึ้นอีกนิดเดียว ถ้าเวลาเป็นเรื่องสำคัญ ก็เพิ่มความเร็วขึ้นไปอีก (พร้อมกับเงินค่าน้ำมันด้วย) อย่าให้เกิน 120 กม./ชม. นะครับ ยังมีความเหมาะสมทางเทคนิค และไม่ต้องละเมิดกฎหมายด้วย สิ่งที่ผมอยากจะเน้นก็คือ ที่จริงแล้วเราไม่ได้ขาดแคลนเวลาจนถึงขั้นวิกฤตจนต้องขับ 160-200 กม./ชม. หรอกครับ ส่วนใหญ่ หรือทั้งหมดก็ว่าได้ เป็นเพราะเราประมาทชะล่าใจ ถือว่าทำความเร็วชดเชยกับเวลาที่สูญไปกับการเถลไถลได้เท่านั้นเอง ถ้าตั้งใจจริง และมีความรับผิดชอบ เกรงใจผู้อื่น ไปทันนัดได้เสมอ โดยไม่ต้องขับเร็วถึงขั้นอันตราย

เครดิตแหล่งข้อมูล : autoinfo
เครดิต :
ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!

กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
สรยุทธ ลั่นเจ็บปวด! ไฟสาธารณะ แต่ปชช.จ่ายเอง อยู่ในบิลแล้ว
องค์หริภา ทรงทำเครื่องเสวย ทรงบาตรเมนูโปรดเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
ส่องความมั่งคั่ง ลิซ่า รวยสุดใน BLACKPINK พอร์ตลงทุนสุดอึ้ง!
ตัวแม่จะแคร์เพื่อ! ลาล่า ไม่ทนโต้กลับคนแซะการแต่งตัว
เปิดภาพกองเงินสด รถหรู ฯลฯ DSI ยึดจากคดี Forex
ปานเทพ-อัจฉริยะ ยื่นหลักฐานใหม่ คดีแตงโม
เปิดหมดเปลือก! บอยตุ๊ดส์รีวิว ตอบกลับทุกดราม่า..?
หนุ่มกรรชัย ฟาดราม่าโหนกระแส โชว์วีธีใช้รีโมทเปลี่ยนช่อง!
ไม่เกี่ยวForex ภาวุธแจงยิบที่มาเงิน28ล้าน คือ..?
เปิด4โบรกเกอร์ดัง โยง Forex หลัง DSI บุกค้น24จุด
DSI เผยภาวุธ-ฟิล์ม ผู้ต้องสงสัย แต่ยังไม่ออกหมายเรียก
หญิงรฐา โดนดราม่าหน้าตึง! เพื่อนรักไม่ทนออกโรงฟาดคืน?
หนุ่มกรรชัย ตอบกลับยาว หลังเพจดังวิจารณ์รายการโหนกระแส
กระจ่างชัดทุกประเด็น! ทราย สก๊อต เปิดใจถึง ต๊อด ปิติ แบบไม่มีกั๊ก
ฟารีดา เฉลยเพศลูกทั้งน้ำตา พร้อมเผยสิ่งที่กลัวตอนนี้
คุณพ่อคุณแม่ ติณติณ เปิดใจครั้งแรก ชาวเน็ตชมพูดดีมาก!
ชีวิตเจอเเต่มรสุม! นางเอกดัง เกือบเป็นมะเร็ง-สูญเสียลูกคนเเรก
กรรชัย คาดสิ่งที่คิดไม่ตรงกันของ ทราย สก๊อต-ตระกูลสิงห์
เคที่เพอร์รี่ ชมลิซ่าว่าอะไร? ทำไมกลายเป็นไวรัลทั่วโลก!
DSIจ่อแฉชื่อนักการเมือง-ดารา เอี่ยวเครือข่ายForex
ชาวเน็ตจับผิดหุ่น! นางเอกสาว เจอดราม่าภาพล่าสุดถูกแชร์ว่อน
ทราย เปิดใจหลังเผชิญหน้าแม่ในศาล ลั่นปมเนรคุณยังไม่จบ!
สะเทือน!บุกยึดเงินสดรถหรูเอี่ยวแชร์Forex โยงนักการเมือง-คนดัง
เพชรกรุณพล เล่าความทรงจำ ถึงเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
หลิงหลิง เปิดใจสาเหตุโพสต์แฉ นาทีโดนคุกคามสุดระทึก!
กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้















































