ผู้บริหาร Mercedes ชี้ อยากวิ่งไกลกว่านี้ ไปซื้อ EV แท้เถอะ


ผู้บริหาร Mercedes ชี้ อยากวิ่งไกลกว่านี้ ไปซื้อ EV แท้เถอะ


Mercedes-Benz มองว่าระยะทางไฟฟ้า 100 กิโลเมตร ของ PHEV ก็เพียงพอแล้ว

ช่วงนี้ที่ราคาน้ำมันขึ้นเอาๆ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหลายคนถึงหันมามองรถไฮบริดกันมากขึ้น เพราะขับสนุก ประหยัดน้ำมัน แถมค่าบำรุงรักษาระยะยาวบางทีก็เบากว่ารถน้ำมันpureๆ ด้วยซ้ำ ขนาดค่ายรถยักษ์ใหญ่อย่าง Toyota ยังยกเลิกไลน์ผลิตรุ่นเครื่องยนต์ล้วนในรถเบสเซลเลอร์หลายๆ รุ่นไปแล้ว

สำหรับคนที่อยากลองสัมผัสฟีลรถยนต์ไฟฟ้า แต่ยังกังวลเรื่องหาที่ชาร์จลำบาก รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์สุดๆ เพราะใช้วิธีชาร์จไฟขับในเมืองชิลๆ ได้ยาวๆ พอแบตฯ หมด เครื่องยนต์ก็สตาร์ทขึ้นมาทำงานต่อเหมือนรถไฮบริดทั่วไป แถมยุคนี้ PHEV พัฒนาไปไกลมาก จากยุคแรกๆ ที่ วิ่งไฟฟ้าล้วนได้แค่ 40-50 กิโลเมตร ตอนนี้ทำระยะเพิ่มขึ้นได้เป็นเท่าตัวแล้ว

ทางเลือกใหม่อย่าง EREV

นอกจาก PHEV แล้ว ตอนนี้ยังมีรถยนต์ไฟฟ้าแบบขยายระยะทาง หรือ EREV (Extended-Range Electric Vehicle) เข้ามาเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ซึ่งหลักการทำงานของมันคือ การเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มีเครื่องยนต์ปั่นไฟในตัว ค่ายรถญี่ปุ่นอย่าง Nissan ก็มีระบบ e-Power ที่เราคุ้นเคยในไทย หรือฝั่งค่ายรถยนต์จีนก็นำเทคโนโลยีนี้ไปปรับใช้กันเพียบ

ความต่างสำคัญระหว่าง PHEV กับ EREV อยู่ที่ระบบการขับเคลื่อน:


PHEV:
เครื่องยนต์ยังส่งกำลังไปหมุนล้อได้โดยตรงเวลาแบตฯ หมด

EREV:
ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% ส่วนเครื่องยนต์มีหน้าที่แค่มุนปั่นไฟกลับเข้าแบตเตอรี่เท่านั้น ไม่ได้เชื่อมต่อกับล้อโดยตรง

ทำไม Mercedes-Benz ถึงยังไม่เอาด้วย?

แม้ EREV จะกำลังมาแรง แต่ไม่ใช่ทุกค่ายที่สนใจ Christoph Starzynski ผู้บริหารฝ่ายกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ของ Mercedes-Benz ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า PHEV ของแบรนด์ในปัจจุบันสามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ไกลเกิน 100 กิโลเมตร ซึ่งสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ถือว่าเหลือแหล่แล้ว

เขามองว่าแม้จะมีบางประเทศที่ความต้องการรถ EREV สูง แต่จากมุมมองลูกค้านวัตกรรมเดิมของ Mercedes-Benz ยังไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องทำ EREV ออกมาเพิ่ม เช่นรุ่น GLC 350e ที่ทำระยะวิ่งไฟฟ้าล้วนได้ประมาณ 86-123 กิโลเมตรตามมาตรฐานสากล ซึ่งถ้าลูกค้าต้องการระยะทางที่ไกลกว่านี้ การข้ามไปเล่นรถยนต์ไฟฟ้าเพียวๆ (BEV) ที่วิ่งได้ระดับ 450-640 กิโลเมตร น่าจะตอบโจทย์ตรงจุดกว่า

บริบทตลาดและความเหมาะสม

ต้องยอมรับว่า EREV ประสบความสำเร็จอย่างมากในจีนและอีกหลายประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ที่โครงสร้างพื้นฐานอย่างสถานีชาร์จไฟยังไม่ทั่วถึง EREV ช่วยอุดช่องว่างตรงนี้ได้ดีกว่า PHEV เพราะตัวรถจะคอยปั่นไฟเก็บเข้าแบตฯ อยู่ตลอด ไม่ต้องรอให้แบตฯ หมดเกลียดเหมือน PHEV

สำหรับในประเทศไทยเอง เทคโนโลยีลักษณะนี้เริ่มคุ้นตาคนไทยมากขึ้นผ่านรถยนต์หลายรุ่นในตลาด แต่สำหรับ Mercedes-Benz เมื่อมองจากความต้องการของกลุ่มลูกค้าหลักในปัจจุบัน บวกกับระยะทางของ PHEV ที่ทำได้ดีพออยู่แล้ว การทุ่มเงินและเวลาเพื่อพัฒนาเครื่องยนต์ปั่นไฟ EREV เพิ่มเติม จึงยังไม่อยู่ในอันดับต้นๆ ของแผนงานในตอนนี้



ผู้บริหาร Mercedes ชี้ อยากวิ่งไกลกว่านี้ ไปซื้อ EV แท้เถอะ


ผู้บริหาร Mercedes ชี้ อยากวิ่งไกลกว่านี้ ไปซื้อ EV แท้เถอะ

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์