7 เรื่องต้องรู้ก่อนซื้อรถ EV ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์


7 เรื่องต้องรู้ก่อนซื้อรถ EV ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์


ส่อง 7 เรื่องที่ต้องรู้สำหรับกลุ่มคนที่ต้องการเปลี่ยนมาซื้อยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในการเดินทาง ซึ่งแต่ละคนมีไลฟ์สไตล์ไม่เหมือนกัน


จากนโยบายขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของรัฐบาลทั้งด้านภาษี เงินสนับสนุน ส่งผลให้ราคารถอีวีขณะนี้มีราคาเทียบเท่ากับรถยนต์สันดาป และจากปัจจัยที่ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น การจ่ายค่าไฟฟ้าจึงเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ประชาชนหันมาใช้รถอีวีมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ตัวเลขยอดรถยนต์ไฟฟ้าปี 2565 ที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยตัวเลข คือ ตัวเลขยานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่ (ป้ายแดง) สะสมปี 2565 มีจำนวน 20,815 คัน เพิ่มขึ้น 274.64% จากปีก่อน แบ่งเป็น รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ อาทิ รถยนต์นั่ง, รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คน และรถยนต์บริการธุรกิจ รวม 9,643 คัน, รถกระบะ รถแวน 30คัน, รถยนต์สามล้อรับจ้าง 227 คัน, รถยนต์รับจ้างสามล้อ 199 คัน, รถยนต์สามล้อส่วนบุคคล 28 คัน, รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล-สาธารณะ 9,915 คัน, รถโดยสาร 976 คัน และ รถบรรทุก 24 คัน ทั้งนี้ ถือเป็นปีแรกที่ประเทศไทยเริ่มมีการผลิตและส่งออกรถยนต์ไฟฟ้า

ในขณะที่สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ระบุถึงสถานการณ์ยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยประจำปี 2565 ว่า ภาพรวมการจดทะเบียนของยานยนต์ไฟฟ้าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 31 ธันวาคม 2565 อยู่ที่ 96,182 คัน โดยยานยนต์พลังงานไฟฟ้า (BEV) มียอดจดทะเบียนอยู่ที่ 20,816 คัน เติบโตขึ้น 260% จากปี 2565 ที่อยู่ที่ 5,781 คัน, ยานยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) มียอดจดทะเบียนอยู่ที่ 11,331 คัน จากปี 2565 อยู่ที่ 7,060 คัน ในขณะที่ยานยนต์ไฮบริด (HEV) มียอดจดทะเบียนอยู่ที่ 64,035 คัน จากปี 2565 อยู่ที่ 35,740 คัน

นำเอาข้อคิด 7 เรื่องที่ต้องรู้ก่อนซื้อ รถ EV ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล ประกอบด้ว


1.เตรียมที่ชาร์จไฟฟ้าที่บ้าน ถ้าที่บ้านไม่ติดตั้งไว้ลำบากแน่นอน
2.ความจุของแบตเตอรี่ เพียงพอต่อการใช้งานหรือไม่
3.ระยะเวลาในการชาร์จแบตเตอรี่
4.ระยะทางที่วิ่งได้ไกลที่สุด
5.ราคาที่ต้องจ่ายต่อการชาร์จแบตเตอรี่
6.แบรนด์ที่น่าเชื่อถือและมีบริการหลังการขาย
7.ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงคือ ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของผู้ที่จะซื้อรถอีวีว่าเป็นแบบไหน ถ้าหากเป็นสายลุย ๆ ชอบการเดินทางที่ต้องขับรถทางไกลบ่อย ๆ ก็ควรที่จะต้องเช็กดูว่าทางที่จะขับขี่ไปนั้น มีที่ชาร์จระหว่างทางหรือไม่ ถ้าไม่มีก็อาจไม่ตอบโจทย์ หากรถที่ซื้อวิ่งได้ไกลสุด ไม่พอต่อการไป-กลับ

เครดิตแหล่งข้อมูล :bangkokbiznews


เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์